แท็บเล็ตคืออะไร ?

1 พ.ย.

แท็บเล็ต ในความหมายด้านไอที คืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีหน้าจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่ มีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 7 นิ้วขึ้นไป พกพาได้สะดวกเนื่องจากมีน้ำหนักเบา สามารถใช้งานการสัมผัสผ่านปลายนิ้วได้โดยตรง มีแอพพลิเคชั่นมากมายให้เลือกใช้ สามารถใช้งานด้านความบันเทิงได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์ค, ท่องอินเทอร์เน็ต, ถ่ายรูป, ดูหนัง, ฟังเพลง, เล่นเกม, วาดรูป หรือแม้กระทั่งใช้ทำงานรับส่ง-อีเมล์หรือจัดการเอกสารออฟฟิต ข้อดีของแท็บเล็ตคือมีหน้าจอที่กว้าง ทำให้มีพื้นที่การใช้งานเยอะกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป และยังมีน้ำหนักเบา พกพาได้สะดวกกว่าโน๊ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์ สามารถใช้จดบันทึกหรือใช้เป็นอุปกรณ์เพื่อการศึกษาได้เป็นอย่างดี

แท็บเล็ตถูกสร้างขึ้นเพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่างสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ แต่กว่าจะกลายมาเป็นแท็บเล็ตเช่นทุกวันนี้ก็กินเวลาหลายสิบปี ผ่านช่วงที่เรียกว่า “บททดสอบ”มาหลายครั้ง จนในที่สุดก็กลายมาเป็นสินค้าไอทีที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคไม่แพ้สมาร์ทโฟน และยังมีแนวโน้มจะเติบโตต่อไปเรื่อยๆ

ประวัติความเป็นมาของแท็บเล็ต และการหยิบฉวยไอเดียของ Steve Jobs จนกลายเป็นผู้พลิกเกม

การมาของแท็บเล็ตได้ลบล้างส่วนแบ่งของตลาดเน็ตบุ๊ค หรือเครื่องโน๊ตบุ๊คขนาดย่อส่วนลงอย่างรวดเร็ว และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็กระทบถึงตลาดพีซีที่มียอดขายลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดย Apple iPad ได้รับการยอมรับให้เป็นอุปกรณ์แท็บเล็ตที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด แต่ในความจริงแล้ว แท็บเล็ตไม่ได้เกิดจากไอเดียของ Steve Jobs แต่มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน ก่อนที่ Apple iPad จะเปิดตัวครั้งแรกในปี 2010

Linus Write-Top (1987)

เป็นหนึ่งในแท็บเล็ตรุ่นแรกๆ ที่สามารถรู้จำลายมือโดยการใช้ปากกาสไตลัสเขียนลงไปบนหน้าจอสีเขียว แต่ยังเป็นหน้าจอแบบเก่า (resistive screen) ที่ใช้แรงดันไฟฟ้าตรวจสอบตำแหน่งที่สัมผัส นับเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติรูปแบบการกดคีย์บอร์ดแป้นพิมพ์แบบเดิมๆ

GRiDPad (1989)

สองปีต่อมาหลังจากนั้น Jeff Hawkins ผู้ก่อตั้งบริษัท Palm Computing ก็ได้สร้างอุปกรณ์ที่มีชื่อเรียกว่า “GRiDPad” ซึ่งรันบนระบบปฏิบัติการ MS-DOS และถูกนำไปใช้ในทางการทหาร แต่อุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เนื่องจากผู้บริโภคมองว่ามันหนัก และมีราคาแพงเมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์ในยุคนั้น

Apple MessagePad (1993)

MessagePad ถือเป็นแท็บเล็ตรุ่นแรกของ Apple ซึ่งเล็งเห็นช่องทางในธุรกิจดังกล่าวและเกิดความพยายามที่จะสร้างอุปกรณ์ประเภทใหม่ที่เรียกว่า “personal digital assistant” หรือ PDA ที่สามารถใช้ดูปฏิทิน กำหนดการนัดหมาย และรายการที่ต้องทำ โดยในขณะนั้นยังมีแอพพลิเคชั่นไม่มากนัก จุดเด่นของอุปกรณ์ประเภทนี้คือมีปากกาสไตลัสที่เขียนลงไปบนหน้าจอและสามารถรู้จำลายมือได้ในระดับหนึ่ง

PalmPilot (1997)

Jeff Hawkins กลับมาเขย่าวงการอีกครั้งด้วยการเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ “PalmPilot” ครั้งแรกของเครื่อง PDA ราคาไม่แพง เป็นอุปกรณ์หน้าจอสัมผัสที่ได้รับความนิยมมากในเวลานั้น อุปกรณ์ชิ้นนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้บริโภคต้องการสินค้าชนิดใหม่ที่จะมาเติมเต็มช่องว่างระหว่างโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์แลปท็อป แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานราคาที่ไม่สูงนักและสามารถใช้งานง่าย

Microsoft Tablet PC (2000)

Bill Gates เจ้าพ่อไมโครซอฟต์เองก็เล็งเห็นความสำคัญของสินค้าแท็บเล็ต และได้เปิดตัวแท็บเล็ตต้นแบบในปี 2000 เขาทำนายว่าแท็บเล็ตจะเข้ามาเขย่าวงการไอทีภายใน 5 ปีข้างหน้า แต่การเขย่าวงการของแท็บเล็ต (Apple iPad) เกิดขึ้นจริงในปี 2010 หรืออีก 10 ปีต่อมา

Windows XP tablet

ในปี 2002 Microsoft กังวลในเรื่องส่วนแบ่งตลาดแท็บเล็ต จึงเกิดการผลักดันให้มีการเปิดตัวแท็บเล็ตที่ผลิตโดยบริษัท Fujitsu และบริษัท Compaq โดยทั้งสองรุ่นต่างรันบนระบบปฏิบัติการ Windows XP ของ Microsoft

Motion Computing LS800 tablet (2005)

ในช่วงปี 2005-2006 มีแท็บเล็ตจากผู้ผลิตหลายค่ายถูกส่งลงไปทำตลาด เช่นแท็บเล็ตรุ่น LS800 จาก Motion Computing และแท็บเล็ต Lenovo ThinkPad แต่สินค้าเหล่านี้ก็มีราคาแพงและไม่เป็นที่นิยม ส่วนใหญ่มักจะถูกนำไปใช้ในโรงงานใหญ่ๆ หรือถูกใช้ในการทหารเสียมากกว่า ซึ่ง LS800 เป็นแท็บเล็ตที่เล็กที่สุดในเวลานั้นด้วยขนาดหน้าจอ 8.4 นิ้ว ราคาต่อเครื่องตกประมาณ 68,000 บาท

Apple iPad (2010)

และแล้วในที่สุดก็มาถึงยุคของ Steve Jobs และการปฏิวัติวงการแท็บเล็ตด้วย AppleiPad รุ่นแรกเปิดตัวมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสที่ลื่นไหล ดีไซน์สวยงาม เป็นที่ชื่นชอบของผู้คน แต่ก็มีเสียงค้านมากมายปรามาสว่าสินค้าของ Apple จะล้มเหลวและไม่ประสบความสำเร็จ แต่วันเวลาก็ได้ลบล้างคำสบประมาทดังกล่าวไปอย่างสิ้นเชิง

Samsung Galaxy Tab (2010)

ภายในปีเดียวกันนั่นเอง Samsung Galaxy Tab แท็บเล็ตแอนดรอยด์ก็ปรากฏตัวขึ้น แต่ไม่ได้รับความนิยมในฉับพลันทันที เนื่องจากราคาเปิดตัวในตอนนั้นที่ค่อนข้างสูง (ประมาณ 18,700 บาท) แต่ในที่สุดราคาก็ปรับลดลง

และด้วยความที่ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เป็นระบบเปิด ทำให้แท็บเล็ตแอนดรอยด์ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีและเกิดการแข่งขันในตลาดด้วยช่วงราคาที่หลากหลายตั้งแต่รุ่นท็อปยันรุ่นราคาประหยัด

Amazon Kindle Fire (2011)

ที่อเมริกา ยุโรป และประเทศแถบเอเชียบางประเทศเช่นญี่ปุ่น Amazon Kindle Fire ถือเป็นแท็บเล็ตที่จุดประกายไฟให้เห็นถึงความพยายามในการส่งแท็บเล็ตราคาไม่แพงที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ (6,200 บาท) และเป็นการชี้ให้เห็นว่าแท็บเล็ตคุณภาพดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง

Sony S2 / Sony Tablet P (2011)

ในปี 2011 ผู้ผลิตแท็บเล็ตบางค่ายก็เริ่มทดลองทำอะไรแปลกใหม่ และหนึ่งในนั้นคือSony Tablet P แท็บเล็ตเครื่องแรกที่มาพร้อมดีไซน์ฝาพับและหน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว

Microsoft Surface (2012)

หลังจากที่ห่างหายไปจากวงการแท็บเล็ตหลายปี Microsoft ก็วกกลับเข้ามาในเกมอีกครั้ง เนื่องจากการตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงที่ถดถอยลงของตลาดพีซีและอนาคตของตลาดแท็บเล็ตที่จะเติบโตขึ้นในภายภาคหน้า โดยแท็บเล็ตของ Microsoft รุ่นแรกที่ออกสู่ตลาดคือ “Surface

ASUS Padfone 2 (2012)

ASUS เปิดตัว Padfone 2 แท็บเล็ตที่มาพร้อมกับความสามารถในการรวมร่างกับสมาร์ทโฟน

แนวโน้มของแท็บเล็ตในปัจจุบัน-อนาคต

Cisco มีความเชื่อว่า ในปี 2017 ผู้คนจะมีอุปกรณ์ที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ไม่น้อยกว่าคนละ 5 เครื่อง เนื่องจากแนวทางของแท็บเล็ตยังคงแข็งแกร่งและตอบโจทย์ผู้บริโภค เชื่อว่าในหน้าประวัติศาสตร์ของอุปกรณ์ไอที แท็บเล็ตจะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดไม่แพ้คอมพิวเตอร์เลยทีเดียว

ที่มา : http://news.siamphone.com/news-13565.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: